เร่งจัดทำกรอบยุทธศาสตร์วิจัย 20 ปี เดินหน้า 12 กลุ่มงานขับเคลื่อนประเทศ


รัฐบาลเร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์การวิจัยประเทศ 12 กลุ่มงานหลังหารือในครม. หวังนำผลงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ มั่นใจภายใน 3 ปีเห็นผลเป็นรูปธรรม ก่อนมาบรรจุในกรอบยุทธศาสตร์วิจัยระยะยาว 20 ปี
 
 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีปิดสรุปบทเรียนการขับเคลื่อนเทคโนโลยี “ปุ๋ยสั่งตัด” ณ อบต.โคกสะอาด อ.หนองแซง จ.สระบุรี ถึงการจัดทำแผนยุทธศาสตร์งานวิจัยชาติ โดยระบุว่าต้องเข้าใจก่อนว่าสภาวิจัยแห่งชาติเป็นร่มใหญ่แล้วจะต่อยอดไปเครือข่ายทั้งหมด มีทั้งบุคลากร งบประมาณเพื่อลงไปสู่นักวิจัยทั้งหมด 9 ขั้นตอนเริ่มตั้งแต่นโยบายแล้วนำไปใช้งาน 
 

“สภาวิจัยเพิ่งได้รับแต่งตั้งจากครม.ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ มีทั้งหมด 12 กลุ่มงานหรือ 12 สาขา ขณะนี้รัฐบาลต้องการให้นำงานวิจัยไปสู่การไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆ ด้าน เพราะฉะนั้นขั้นตอนประเด็นวิจัยต้องตรงกับความต้องการที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ มีการแก้ปัญหาหรือสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เราก็ต้องจับคู่กับเอกชน เอาภาคธุรกิจเข้ามาช่วย ส่วนมหาวิทยาลัยมาช่วยประชาชน มาช่วยมาดูว่ามีงานอะไรบ้างที่เป็นงานเร่งด่วน แล้วก็มีการติดตามประเมินผลมาจับคู่กับผู้ประกอบการนำไปสู่รูปแบบการผลิตให้มีรายได้กลับเข้ามาเอาไปใช้ประโยชน์ได้ด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและสิ่งแวดล้อม”
 
รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ให้นโยบายไปว่าขอให้ทั้ง 12 กลุ่มงานวิจัยช่วยไปดูต้นตอของปัญหามาว่าเป้าหมายที่ควรจะเร่งในช่วงปี 3 ปีจากนี้ไป (2559-2561) มีอะไรบ้าง แล้วมาบรรจุเป็นกรอบยุทธศาสตร์ 20 ปี แบ่งเป็นช่วงละ 5 ปี 4 ครั้งและมีการปรับแก้ในทุก 2 ปี ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นว่าประเด็นปัญหามีอะไรบ้าง ความต่อเนื่อง การกระจัดกระจายการลงทุน การใช้ประโยชน์มีน้อยหรืองานวิจัยมีน้อย  ซึ่งจะต้องมาดูกัน  อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าในเรื่องนโยบาย โครงสร้างหน่วยวิจัย ผลงานวิจัย งบประมาณวิจัย การนำไปใช้ประโยชน์ก็จะมีการปฏิรูปอย่างชัดเจน 
 
“อย่างปุ๋ยสั่งตัดนะก็เป็นประเด็นสำคัญของต้นน้ำหรือแหล่งผลิตในเรื่องการลดต้นทุนก็คือ  เราก็ต้องเอาดินนี้มาตรวจวัดว่าควรถ้าปลูกข้าวควรจะใส่ปุ๋นสูตรอะไร อันนี้คือต้นน้ำ งานวิจัยก็จะมาดูว่าตรงนี้ขาดเหลืออะไรบ้าง คนวิจัย เงินวิจัยเข้ามาช่วย ส่วนอีกอันตัวพันธุ์ข้าวไม่ใช่ว่าเอาอะไรมาปลูกมันจะเหมาะ จะต้องเอาพันธุ์แท้จะต้องวิจัยว่าพันธุ์แท้ต้องเป็นยังไงจะแก้ปัญหาที่ไม่สมบูรณ์ให้มีความสมบูรณ์  จากนั้นก็มาดูที่กลางน้ำและปลายน้ำก็คือการเก็บเกี่ยวไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทำแพ็กเกจจิ้งให้สวยงามหรือแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง อาหารเสริม เราก็มีทุนวิจัยให้ ขณะนี้เราก็ทำอยู่แล้วแต่จะเร่งทำเพิ่มขึ้น” พล.อ.อ.ประจินกล่าวทิ้งท้าย